วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนะนำเทคนิคการใช้เลื่อยลันดา

     สวัสดีท่านผู้อ่าน บล็อกรอบรู้เครื่องมือช่าง (toolsth) บล็อกที่คอยรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับเครื่องมือช่าง ทุกท่านครับ ซึ่งวันนี้ผมนั้นค่อนข้างอารมณ์ดีเป็นพิเศษครับอันเนื่องมาจากว่าบล็อกรอบรู้เครื่องมือช่างของผมได้ติดอันดับ Google อยู่ในหน้า 2 แล้ว >< วันนี้เลยฉลองเปลี่ยน Wallpaper ของบล็อกรอบรู้เครื่องมือช่างใหม่ซะเลย โดย Wallpaper ที่ผมเปลี่ยนก็จะสื่อถึงความหมายของบล็อกรอบรู้เครื่องมือช่างครับ สังเกตได้จาก Wallpaper ที่มีรูปของเครื่องมือช่างอยู่ครับ
     สำหรับในวันนี้ผมจะยังคงนำเสนอเนื้อหาเครื่องมือช่าง เลื่อย กันต่อไปนะครับ โดยบทความในวันนี้จะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเทคนิคในการใช้เลื่อยลันดาครับ ซึ่งบทความในครั้งนี้ก็จะเป็นบทความสั้น ๆ เหมือนเดิมครับ เอาละครับผมเกิ่นมาเยอแล้ว เรามาเข้าเนื้อหาหลักกันเลยดีกว่าครับ

     1. เริ่มแรก ควรเริ่มเลื่อยโดยชักคันเลื่อยเข้าหาตัวเราแล้วดันออกเพื่อให้ฟันเลื่อยตัดไม้ ใช้นิ้วโป้งเป็นแนวบังคับในตอนเริ่มให้อยู่ในแนวการตัด

     2. เมื่อเลื่อยจนใกล้จะเสร็จแล้ว ให้ประคองชิ้นงานที่ถูกตัดออกด้วยมือที่ว่าง แล้วค่อย ๆ เลื่อยตัดชิ้นงานจนขาด ฟันเลื่อยจะตัดชิ้นงานในจังหวะที่ดันเลื่อยออกจากตัวเรา

     3. สำหรับการตัดไม้ให้มีขนาดเท่ากัน สามารถทำได้โดยการวัดขนาด และขีดเส้นแนวการตัด สำหรับการเลื่อยชิ้นงานให้ติดกันด้วยแคล้มป์ และวางใบเลื่อยให้อยู่ในด้านที่ต้องการตัดทิ้ง

     4. การเลื่อยฝ่าไม้ตามแนวยาววัดขนาด และตีเส้นแนวการเลื่อย แล้วเลื่อยตามแนวไปเรื่อย ๆ ให้นำไม้ลิ่มมาแทรกระหว่างร่องเลื่อย เพื่อไม่ให้ไม้หนีบใบเลื่อยขณะเลื่อย

อ้างอิงจาก Homedd

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีการเลือกซื้อเลื่อยให้ตรงกับความต้องการ

     สวัสดีครับคุณผู้อ่าน toolsth (บล็อกรอบรู้เครื่องมือช่าง) บล็อกที่คอยรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับเครื่องมือช่าง หลังจากที่บทความเครื่องมือช่างเรื่องก่อนผมพูดถึงเครื่องมือช่าง "เลื่อย" ไป วันนี้ผมก็เลยจะมาเขียนบทความเครื่องมือช่างเรื่องวิธีการเลือกซื้อเลื่อยกันครับ ซึ่งบทความเครื่องมือช่างนี้จะเป็นบทความสั้น ๆ ครับ ^^ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ
     สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะซื้อเลื่อยยังไงดีให้ตรงกับความต้องการ และการใช้งานให้ถูกประเภท วันนี้ผมจะนำเสนอวิธีการเลือกอย่างคร่าว ๆ นะครับ
ขั้นตอนที่ 1 ควรดูลักษณะการใช้งานของเราก่อนครับ ว่าเหมาะที่จะใช้เลื่อยกับงานประเภทใด เช่น ถ้าต้องการตัดงานฝีมือ มีลวดลายคดเคี้ยว เราก็ควรที่จะเลือกเลื่อยฉลุหรือเลื่อยหางหนูครับ หรือเราต้องการใช้เลื่อยในการเลื่อยไม้ที่มีขนาดใหญ่ เช่นท่อนไม้ เราก็ควรใช้เลื่อยโครงเหล็กหรือเลื่อยคันศรครับ
ขั้นตอนที่ 2 ถ้าเรามีความต้องการใช้เลื่อยที่ใช้งานได้กว้างขวาง สำหรับการตัดไม้ทั่ว ๆ ไป ควรที่จะเลือกเลื่อยลันดาหรือเลื่อยลอครับ ซึ่งสามารถตัดไม้ได้ทั้งแบบขวางเสี้ยนไม้ และตามเสี้ยนไม้ครับ
ขั้นตอนที่ 3 การเลือกลักษณะฟันเลื่อย ควรเลือกแบบที่เป็นฟันถี่พอสมควร จะได้ผิวการตัดที่ละเอียด ไม่แตกหยาบ
ขั้นตอนที่ 4 ขนาดของคันเลื่อย หรือตัวเลื่อย ควรจะเลือกขนาดที่มีความเหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งเลื่อยมีหลายขนาดโดยหน่วยจะเป็นนิ้ว ควรทดลองจับท่าเลื่อยดูว่าเหมาะสมกันหรือไม่

อ้างอิงจาก Homedd

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนะนำชนิด และลักษณะของเลื่อย ตอนที่ 2


     สวัสดีท่านผู้อ่าน toolsth บล็อก (บล็อกรอบรู้เครื่องมือช่าง) บล็อกที่คอยรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับเครื่องมือช่าง หลังจากที่สัปดาห์ก่อน(หน้านู้น)ผมได้แนะนำชนิด และลักษณะของเลื่อยตอนที่ 1 สำหรับสัปดาห์นี้ผมก็ยังยังนำเสนอบทความความรู้ที่เกี่ยวกับเครื่องมือช่างเรื่อง ชนิด และลักษณะของเลื่อยกันต่อนะครับ (แต่เป็นตอนที่  2 นะครับ)
6. เลื่อยโครงเหล็กหรือเลื่อยคันศร เหมาะสำหรับการใช้งานหนัก เช่น การตัดท่อนไม้ขนาดต่าง ๆ หรือใช้ตัดต้นไม้ เลื่อยโครงเหล็กตัวโครงเป็นเหล็กกลวงน้ำหนักเบา ใบเลื่อยถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ใบเลื่อยสามารถตัดได้ทั้ง 2 ทาง

7. เลื่อยตัดมุมหรือเลื่อยองศา ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวใบ และแท่นเลื่อย ลักษณะของใบเลื่อยจะเหมือนเลื่อยบังตอ ส่วนแท่นเลื่อยจะประกอบไปด้วย แป้นบอกองศา โครงจับใบเลื่อย ช่องบังคับใบ เลื่อย และแท่นรองรับใช้กับงานเข้ามุมต่อกันให้สนิท เหมาะกับงานตัดคิ้วบัว หรือการทำกรอบรูป
8. เลื่อยลันดา พบเห็นกันบ่อยที่สุด เพราะเป็นเครื่องมือช่างพื้นฐานของงานช่างไม้ เลื่อยลันดามีความยาวที่ 14, 26 เลือกใช้ตามขนาดหน้าตัดของไม้ สามารถแบ่เป็น 3 ชนิด คือ ชนิดฟันตัด มีลักษณะฟันที่ค่อนข้างพี่ ใช้สำหรับตัดขวางเนื้อไม้เพื่อให้เกิดรอยตัดที่เรียบ ไม่เป็นเสี้ยน ชนิดฟันหยาบ จะมีลักษณะฟันที่หยาบ สามารถตัดได้เร็ว ใช้สำหรับตัดตามแนวยาวของเนื้อไม้ ซึ่งฟันที่ห่างทำให้เกิดหน้าตัดที่หยาบ ความยาวทั่วไปคือ 26 ชนิดฟันอเนกประสงค์ จะมีฟันถี่พอสมควร ความยาว 26 ใช้งานได้สะดวกทั้งการตัดขวางและการตัดตามแนวยาว
9. เลื่อยบังตอ เหมาะสำหรับงานตัดหัวไม้เพื่อทำเดือยต่อต่าง ๆ ด้านสันของใบเลื่อยมีครอบเหล็กแข็ง กันใบเลื่อยบิดตัวขณะเลื่อย ทำให้ได้รอยตัดที่มีแนวเที่ยงตรง ใบเลื่อยยาว 8, 14
10. เลื่อยตัดไม้อัด ใช้สำหรับตัดไม้อัดโดยเฉพาะ เนื่องจากมีขนาดฟันที่เล็ก ซึ่งช่วยลดการฉีกขาดของเนื้อไม้ทั้ง 2 ด้าน ที่ปลายจะเป็นสันโค้งพร้อมมีฟันเลื่อยอยู่ด้วย ใช้สำหรับตัดส่วนอื่นที่ไม่ใช้ขอบของไม้อัดโดยไม่ต้องใช้สวว่านเจาะรูนำก่อนใบเลื่อย ยาว 11
อ้างอิงจาก Homedd

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แนะนำชนิด และลักษณะของเลื่อย ตอนที่ 1


     สวัสดีท่านผู้อ่าน toolsth บล็อก (บล็อกรอบรู้เครื่องมือช่าง) บล็อกที่คอยรวบรวมความรู้ที่เกี่ยวกับเครื่องมือช่าง สำหรับบทความความรู้ที่เกี่ยวกับเครื่องมือช่างที่ผมจะนำเสนอในวันนี้คือเรื่อง ชนิด และลักษณะของเลื่อยครับ

1. เลื่อยเหล็ก
     เลื่อยเหล็กเป็นเลื่อยที่เอาไว้ใช้กับงานเหล็กเป็นหลัก หากเราเอาไปใช้เลื่อยไม้ จะเลื่อยได้ช้ามาก เพราะฟันเลื่อยจะไม่ลึก ละเอียด ตัวโครงของเลื่อยเหล็กจะทำมากจากเหล็ก แต่มีน้ำหนักเบา มีแบบความยาวที่มาตรฐาน และแบบสามารถปรับความยาวได้ตามขนาดของใบเลื่อยได้ เลื่อยเหล็กสามารถเปลี่ยนใบเลื่อยได้ เวลาใส่ต้องหันปลายฟันเลื่อยชี้ออกนอกตัวผู้เลื่อยเสมอ


2. เลื่อยพับขนาดกระเป๋า
     เลื่อยพับขนาดกระเป๋าจัดเป็นเลื่อยอเนกประสงค์ที่มีฟันแข็งเป็นพิเศษ สามารถตัดได้ทั้งไม้ พลาสติก โลหะ หรือวัสดุอื่น ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก คุณสมบัติพิเศษที่สำคัญของเลื่อยพับขนาดกระเป๋าคือ สามารถพับเก็บไว้ได้ ทำให้สามารถพกพาได้สะดวก และยังพกพาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย


3. เลื่อยหางหนู
     เลื่อยหางหนูแบ่งได้ตามขนาดของใบเลื่อยอีกหลากหลายขนาด สามารถใช้ได้กับงานตัดโค้งทั้งภายใน และภายนอกชิ้นงาน หรือใช้สำหรับตัดเจาะผนังยิปซั่มก็ยังได้


4. เลื่อยหางหมู
     เลื่อยหางหมูมีใบเลื่อยที่ลักษณะใหญ่ที่โค้น และที่ปลายเรียวแหลม เลื่อยหางหมูมีความกว้างที่หลากหลายขนาด บางรุ่นสามารถถอดเปลี่ยนใบเลื่อยได้ เหมาะสำหรับงานตัดโค้งทั้งภายใน และภายนอกชิ้นงาน


5. เลื่อยฉลุ
     เลื่อยฉลุใช้กับงานไม้ เหมาะสำหรับงานตัดโค้ง ทำลวดลาย ตัวกรอบเขงอเลื่อยฉลุทำด้วยโลหะ ใบเลื่อยค่อนข้างเล็กมาก มีความอ่อนตัว สามารถปรับหมุนได้รอบทิศทาง เลื่อยฉลุมี 2 ชนิดคือ ชนิดคอลึก ใช้ตัดเข้าไปในชิ้นงานได้มากกว่า เหมาะสำหรับไม้ที่ไม่หนามากนัก มีฟันที่ละเอียด และชนิดคอตื่น เหมาะสำหรับงานฉลุไม้ที่ชิ้นไม่ใหญ่นัก มีฟันค่อนข้างละเอียด



     สำหรับวันนี้เรารู้จักเลื่อยไปก่อน 5 ชนิดนะครับ ไว้สัปดาห์หน้าผมจะมานำเสนอชนิดของเลื่อยกันต่อในตอนที่ 2 นะครับ สำหรับวันนี้ผมต้องขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
อ้างอิงจาก Homedd

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Boomtools Machinery ศูนย์รวมเครื่องมือช่าง


     วันนี้ขอนอกเรื่องเกี่ยวกับความรู้ของเครื่องมือช่างกันซะหน่อยครับ แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้นอกเรื่องซะเท่าไหร่นักหรอกครับ เพราะวันนี้ผมจะมาแนะนำร้านที่ขายเครื่องมือช่างครับ (โฆษณาว่างั้นเถอะ 555)
     สำหรับร้านที่ขายเครื่องมือช่างที่ผมจะแนะนำก็คือ Boomtools Machinery ซึ่งเป็นร้านที่นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และเครื่องมือช่างทุกชนิด ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือช่างจากในประเทศหรือเครื่องมือช่างจากนอกประเทศทางร้านของ Boomtools ก็มีหมด นอกจากนี้ทางร้านเค้ายังยินดีรับให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกซื้อเครื่องมือช่างให้เหมาะสมกับการใช้งานอีกด้วย ใครที่กำลังคิดจะซื้อเครื่องมือช่าง แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อของยี่ห้อไหนหรือรุ่นอะไรดี สามารถโทรสอบถามกับทางร้าน Boomtools ได้เลยครับ หรือจะสอบจากถามทาง Email ก็ยังได้ครับ สำหรับใครที่อยากจะค้นหาหรืออยากจะเห็นรูปร่างหน้าตาของเครื่องมือช่างแต่ละชนิดด้วยตนเอง ก็สามารถเข้าไปชมกันได้ที่ www.boomtools.net ครับ ซึ่งในเว็บไซต์ได้รวบรวมเครื่องมือช่างมากกว่า 3,000 ชนิด และในตอนนี้ก็เกือบจะ 4,000 ชนิดแล้วครับ ซึ่งแน่นอนว่าทางร้าน Boomtools ไม่ได้ขายแค่นี้แน่ เพียงแต่ตอนนี้ทางร้านเค้ากำลังทยอยลงสินค้ากันอยู่ครับ
     สุดท้ายนี้ผมขอฝากร้านขายเครื่องมือช่าง Boomtools Machinery ร้านนี้กันด้วยนะครับ
บูมทูลส์ แมชชีนเนอรี่
419 อ่อนนุช 66 ถ.สุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
Tel : 02-3213501, 027210560
Fax: 02-3218455, 027211316
Mobile : 081-7345965, 086-5225965
Website : www.boomtools.net

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555



ตะไบ (Files) ตอนที่ 1”

     ตะไบเป็นเครื่องมือช่างชนิดหนึ่งที่ทำมาจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูง ตะไบมักจะใช้สำหรับการขัดแต่งผิว หรือปาดหน้าชิ้นงานที่ต้องการขจัดเนื้อโลหะทิ้งไปไม่มากนัก ดังนั้น การตะไบ ก็คงจะหมายถึง การตัดเฉือนผิววัสดุงานออกในลักษณะการถากหรือขูดเพื่อลดขนาดของชิ้นงานหรือเพื่อปรับแต่งชิ้นงานให้เรียบร้อยตามความต้องการ

     ตะไบเป็นเครื่องมือช่างขั้นพื้นฐานที่ทำจากเครื่องมือ (Tool Steel) ด้วยการนำไปขึ้นรูปแล้วจึงนำไปชุบแข็ง(Hardening) ที่ผิวหน้าของตะไบจะมีคมตัดที่เรียกว่า "ฟันตะไบ" ซึ่งฟันตะไบเหล่านี้จะเรียงเป็นแถวขนานกันไปตลอดความยาวของก้านตะไบ และแถวของตะไบนี้จะทำมุมเอียงกับขอบตะไบอีกด้วย

ตะไบมีส่วนประกอบสำคัญอยู่ 5 ส่วน ดังนี้

1. หน้าตะไบ (Face)  จะเป็นพื้นผิวที่ถูกเครื่องจักรกลขึ้นรูปให้มีคมตัดของตะไบเรียงตัวเป็นแถวซ้อนกันไปตลอดความยาวของหน้าตะไบ

2. ขอบตะไบ (Edge) เป็นความหนาของตะไบ ที่ขอบของตะไบจะมี 2 ชนิด

     2.1 ขอบข้างเรียบ ใช้สำหรับตะไบงานที่ไม่ต้องการให้บอบข้างของตะไบตัดเฉือนเกินเนื้องานขณะที่กำลังปฏิบัติงานตะไบ

     2.2 ขอบข้างมีคม มีลักษณะเป็นฟันหยาบ ๆ ใช้สำหรับขูดผิวงานเพื่อขูดสนิมหรือสิ่งสกปรกที่ผิวหน้างานก่อนจะเริ่มลงมือปฏิบัติงาน

3. ปลายตะไบ (Tip) เป็นส่วนที่อยู่ปลายสุดของตะไบใช้สำหรับมือข้างที่ไม่ถนัดประคองหรืออกแรงกดเพื่อให้คมตะไบกินเนื้อวัสดุงานมาก-น้อย ได้ตามความต้องการ

4. โคนตะไบ (Heel) เป็นส่วนที่มีการพิมพ์สัญลักษณ์ยี่ห้อของงตะไบและแหล่งที่ผลิตตะไบ อยู่ส่วนปลายด้านล่างของผิวหน้าตะไบติดกับกั่นตะไบ ที่บริเวณโคนตะไบจะไม่มีฟันตะไบอยู่

5. ความยาวตะไบ (Length) ความยาวของตะไบจะวัดจากปลายของตะไบถึงโคนของตะไบที่ผลิตขึ้นมาจะมีขนาดความยาวหลากหลายขนาดให้ได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดของงาน

6. กั่นตะไบ (Tang) มีลักษณะเป็นปลายแหลม กั่นตะไบจะถูกยึดอยู่ภายในด้ามตะไบขนาดใช้งาน

7. ด้ามตะไบ (Handle) อาจเป็นด้ามไม้หรือพลาสติกสวมเข้ากับกั่นตะไบ เพื่อให้มือจับประคอง  ในการปฏิบัติงานด้ามตะไบที่ดีควรมีลักษณะกลมมน ทำให้สามารถปฏิบัติงานได้นานโดยที่ไม่รู้สึกเจ็บมือ

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555



เครื่องมือช่าง เครื่องขัดพื้น

เครื่องขัดพื้น เป็นเครื่องมือสำหรับทำความสะอาดพื้น หรือ เครื่องสำหรับปั่นเงาพื้น เราสามารถจำแนกได้หลากหลายประเภท เช่น

·       เครื่องขัดพื้นแบบ Single Disc หมายถึง เครื่องที่มีแปรงขัด และชุดจับใยขัดเป็นแบบจานกลม เพื่อขัดทำความสะอาดพื้น ปกติใช้ความเร็วรอบ 150-175rpm

·       เครื่องปั่นเงาพื้น แบบ Single Dice หมายถึง เครื่องที่มีชุดจับใยขัดเป็นแบบจานกลม เพื่อปั่นเงาพื้น ปกติใช้ความเร็วรอบมากกว่า 1,000 rpm

·       เครื่องขัดพื้นระบบดูดกลับอัตโนมัติ หมายถึง เครื่องขัดพื้น ที่มีถังน้ำดีเพื่อปล่อยน้ำสำหรับการขัดทำความสะอาด และมีระบบดูดน้ำสกปรกกลับใส่ลงในถังน้ำเสีย มีทั้งแบบใช้ไฟฟ้า และ แบตเตอรี่ ซึ่งจำแนกย่อยได้อีก 3 แบบ คือ แบบเดินตาม, แบบยืนขับด้านหลังเครื่อง และแบบนั่งขับบนเครื่อง

ลักษณะของแปรงขัด Roller และ Disc

แปรงขัด Roller สามารถทำความสะอาดตามล่องของพื้นได้สะอาดกว่าแปรงขัด Disc ในขณะที่ แปรงขัด Disc จะขัดทำความสะอาดได้เพียงผิวหน้าของพื้น

ข้อแตกต่างระหว่างแรงกดของแปรงขัด Roller และ Disc

เนื่องด้วยพื้นผิวสัมผัสของแปรงขัด Roller น้อยกว่าแปรงขัด Disc แต่น้ำหนักของเครื่องที่กดลงมีขนาดเท่ากัน ดังนั้น แรงกดของแปรงขัด Roller จึงมากกว่าแรงกดของแปรงขัด Disc ถึง 7 เท่า

วิธีใช้เครื่องขัดพื้น

1.วางเครื่องขัดพื้นให้ราบไปกับพื้น ใต้เครื่องจะมองเห็นตัวล๊อคสามเขี้ยว สำหรับล๊อคแปรง
2.ใส่แปรงให้ตรงกับ3เขี้ยวแล้วหมุนแปรงทวนเข็มนาฬิกาจนสุดตำแหน่งตัวล๊อค
3.วางเครื่องให้ตำแหน่งจานจับทับแผ่นปัดเงาพอดี
4.ใช้มือหมุนคลายลูกบิดล๊อคแกนเพื่อปรับระดับคันบังคับ
5.ปรับระดับคันบังคับให้อยู่ในระดับเดียวกับต้นขา และบิดลูกบิดล๊อกแกนให้แน่น
6.ปล่อยสายไฟฟ้าออกมาเท่ากับระยะที่ใช้งานและเสียบปลั๊กกับเต้าเสียบ
7.กดปุ่มเปิดสวิทซ์ไฟ
8.บีบมือบีบเครื่องจะเริ่มทำงาน หากต้องการให้เครื่องไปทางซ้ายให้กดคันบังคับลงเล็กน้อย หากต้องการให้เครื่องไปทางขวาให้ยกคันบังคับขึ้นเล็กน้อย
9.เมื่อใช้งานเสร็จ กดปุ่มปิดสวิทซ์ และดึงปลั๊กออก พันสายไฟฟ้ากลับที่เดิม และเช็ดทำความสะอาดเครื่อง

วิธีใช้เครื่องรอบสูง

1.วางเครื่องปั่นเงาพื้นให้ราบไปกับพื้น ที่ใต้เครื่องจะมองเห็นตัวหนามจับแผ่นปัดเงา
2.นำแผ่นปัดเงายึดไว้กับหนามจับ และขันตัวล๊อคทวนเข็มนาฬิกาให้แน่น
3.จากนั้นตั้งเครื่องขึ้น และปรับระดับเครื่องปั่นเงาพื้น โดยหมุนตัวปรับระดับแผ่นขัดที่หน้าเครื่อง
4.ขณะที่ปรับระดับแผ่นขัด ใช้มืออีกข้างหนึ่งหมุนที่แผ่นปั่นเงา โดยให้แผ่นสัมผัสพื้น ไม่ควรปรับน้ำหนักมากเกินไป
5.เมื่อปรับระดับเสร็จแล้ว ให้คลายล๊อคลูกิดที่แกนปรับระดับคันบังคับ ให้อยู่ในระดับต้นขา แล้วล๊อคให้แน่น
6.ปล่อย สายไฟฟ้าออกมาเท่ากับระยะที่ใช้งานและเสียบปลั๊กกับเต้าเสียบ ก่อนการทำงาน ควรยกล้อหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วบีบสวืทช์บังคับให้เครื่องทำงานแล้วจึงแตะพื้น
7.การออกตัวให้กดคันบังคับลงให้แผ่นขัดลอยจากพื้นเล็กน้อย ก่อนบีบมือเพื่อเริ่มทำงาน เพื่อถนอมการใช้งานของมอเตอร์ให้ยาวนานขึ้น
8.การปัดเงาให้ดันเครื่องไปข้างหน้า และฉีดน้ำยาปัดเงาพื้น ก็จะได้พื้นสวยเงางาม